ตี 4 ที่ร้านโจ๊ก :D

posted on 23 Nov 2011 12:20 by gaewzler
 
 
กว่าจะทำงานเสร็จก็ปาไปตี 4 กว่าๆแหละ หลายคนทนไม่ไหว
 
 
 
ไปกินโจ๊กกันเถอะ :D
 
 
เทน: โจ๊กหมูไข่เค็ม

 
เล็ก:  โจ๊กหมูเฉยเฉยยย
 
 
กุุ้ง: ก็โจ๊กหมูเฉย เฉยยยยย
 
 
เจ๊บุ๋ม: โจ๊กหมูนี่แหละ แต่ไส่ไรบ้างไม่รู้ เห็นเห็ดหอมด้วยย แอ๊ะ !!
 
 
นน:  น่าจะเหมือนของเจ๊นะ 
 
 
นิว: โจ๊กหมูกับไข่ลวกกกฟองโต๊โต
 
 
ฉัน:โจ๊กหมูไข่ลวก ไม่ผัก 
 
 
ก็คือนั่งกินกันไป ในขณะที่ชาวบ้านเขานอน ในเวลาตี4 ขนาดนี้ 
 
 
ตาโหลกันสุดๆ ๆ  ในขณะที่บางคนกินโจ๊กไป ด้วยน้ำตานองหน้า
 
 
ก็ไอ่เล็กมันดันไปไส่พริกและน้ำส้มเยอะอ่ะ งานนี้ฮาครับท่าน
 
 
รีฟิวเต็มที่  แต่เมื่อวานก่อน ก็ทำกันจนดึกดื่นเหมือนกัน
 
 
พอทำเสร็จก็ " ไปกินข้าวต้มกันไหม"
 
 
"ไป"!!!!!!!!
 
 
สรุปไปรถอีเทน คือ มันเพิ่งขับรถได้ แล้วเป้นคนที่ขับได้น่ากลัวสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
 
ทุกคนนั่งเกร็ง สายตาจับจ้องไปที่เบื้องหน้า สยองสุดสุด
 
 
"เห้ย ใกล้ถึงแล้วๆ เมิงขับช้าๆดิว่ะ"
 
 
"ไหนๆๆ ๆ " มันหักรถไปทางซ้ายๆมือ เพื่อเตรียมพร้อม 
 
 
"นั้นไงๆ เห็นไฟป่ะๆ  เออนั้นแหละๆ"
 
 
สายตาทุกคนต่างก็มองไปณ จุดๆนั้น ที่เห็นแสงรำไรๆ
 
 
แต่แล้วก็ "โหวววววววววววววว มันปิดแล้วอ่ะ" กำลังขัดกะทะ เช็ดโต๊ะกันมันทีเดียว
 
 
"กลับกันเหอะ เลี้ยวข้างหน้าใช่ป่ะ "
 
 
"เออๆ เลี้ยวดีดีนะเว่ยย"
 
 
แต่ยังก่อน "เห้ยๆ ข้างหน้ามีอีกร้าน นั้นไงๆ เห็นแสงป่ะ "
 
 
"เออๆ ไปดูก่อนๆ" หลายเสียงสนับสนุน แล้วเราก็เลยยูเทรินมาแล่ววว บรื้นนนน
 
 
"เห้ย"!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!   
 
 
==   =='   - -*  _/\_    O.o    :<   T .T 
 
 
ขัดหม้อกันอีกแล้วววววววววววววว
 
 
แล้วเราก็กลับกันจริงๆ
 
 
แล้วก็ไปกินกันที่ร้านแถวๆม. แทนนน ถือว่าอิ่มกันมากกก กับข้าวราดแกงจานใหญ่
 
 
แอปปี้เอนดิ้งค่าาาาาาาาาาาาาาาาาา :))))))))
 
 

edit @ 23 Nov 2011 13:08:26 by เมื่อท้องฟ้ายิ้มให้ฉัน ☃

PR Vs MK PLAN ' งานของฉันเลย :)

posted on 20 Nov 2011 10:40 by gaewzler
........ แค่เริ่มต้น ก็น่าสนุกแล้วว
 
 
จากสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เรียนๆไปหลายวิชาแล้ว :D
 
 
 
 
มีทั้งวิชาที่ปลื้มมม :) และไม่ปลื้มม :(  ซักเท่าไหร่ !
 
 
 
 
จะพูดถึงไอ่ตัวที่ไม่ค่อยจะปลื้มก่อนเลยนะ
 
 
 
คืออิ๊ง 3 และบับฟินนอ่า TT (โหดร้ายมากกก ที่ต้องมาเจอพวกเนี้ย)
 
 
 
อิ๊ง 3 ก็คือ ภาคต่อของอิ๊ง 2 ที่เราเคยลง และดรอปมันไปแล้ว เมื่อกาลครั้งนึง
 
 
 
แต่ครั้งนี้,, สู้สุดชีวิตอ่ะ  สองครั้งก็เกินพอ (มันยากจริงๆนะ เราไม่ชอบภาษาอ่า TT)
 
 
 
อ่อ ,,ที่สำคัญเราไปดูดวงมา ห้าๆๆ เขาบอกว่าเราจะผ่านแหละ
 
 
หมอดูจะแม่นไม่แม่นมาวัดกันที่ตรงนี้แหละนะ 
 
 
 
ส่วนวิชาบับฟิน มันคืออะไรหว่า?? เราก็ยังไม่ค่อยรู้หรอกนะ
 
 
 
ว่าอาจารย์ กำลังจะสื่ออะไร แต่มันเหมือนวิชาการเล่นหุ้นอ่ะ
 
 
เอาบัญชีมาสอนบวกกับตัวคำนวนอื่นๆอีก ซึ่งมีตำนานเล่าขานกันสุดๆ!!!
 
 
 
ว่า..................... F ก็คือ F  มหาโหดเลยยตัวนี้  W รอเลยดีกว่า :X
 
 
 
...........แต่ช่างมัน ยังมีวิชาอื่นที่น่าบันเทิงใจมากกว่า
 
 
นั้นก็คือ วิชา OM หรือช่องทางการตลาด กับ PR การประชาสัมพันธ์ อ่ะ
 
 
สองตัวนี้เป็นวิชาที่น่าสนุกมากก,, เรียนวันแรกก็มีวานเลย
 
 
 
 
แต่เราชอบนะ เพราะคราวนี้ เราจะได้ลองทำแผนการตลาดจริงๆแล้ววว ><
 
 
 
 
ซึ่งโจทย์ก็จะเป็นในเรื่องของ วิตามินจมูกข้าว ซึ่งเราก็กำลังๆหาข้อมูลอยู่
 
 
 
ไม่รู้จะทำยังไง ให้มันติดตลาดได้ดี (เอ???? ยังไงดีหว่า )
 
 
 
ส่วยวิชา PR ก็ สนุกอ่ะ มันเป็นเหมือนวิชา แชร์ประสบการณ์ของอ. เอง
 
 
 
แล้วก็สั่งงานมาแล้วเหมือนกัน ให้เราหาการทำประชาสัมพันธ์ของสินค้าซักตัวนึง 
 
 
ว่าเขาทำยังไง เป็นแบบไหน สื่่อของเขาใช่รูปแบบใด
 
 
อันนี้เป็นงานกลุ่มทั้งหมดเลย แต่ตอนนี้เราก็คิดว่าเราเจอแล้วแหละ
 
 
 
แต่ไว้ไปถามเพื่อนอีกที  อ่อ เราชอบทำพาวเวอร์พอยเสนองานมากกก!!
 
 
 
ไว้ถ้ามันสวย จะขอเอามาโชว์นิดนึงนะ
 
 
 
55555 55 กล้ามากกแก !!
 
ฤดูฝน........
 
.
.
.
.
.
 
 เปาะ แปะ เปาะ แปะ,, เสียงสายฝนบางๆ ตกลงกระทบกับวัตถุที่รองรับอยู่เบื้องล่าง

 
 
 
 
 
ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ก้อนหิน จักรยานคันเก่า รวมถึงบ้านหลังน้อยของฉัน
 
 

 
 
 
 
ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆตัว,,,
 
 

 
 
 
 
 
ต่างเปียกปอนไปด้วยสายฝน,,,
 

 
 
 
 
 
สายฝนที่ชุ่มฉ่ำ,,สาดลงมาเบาๆ พัดพาความรู้สึกของฉันให้หนาวสั่นน้อยๆ
 
 

 
 
 
 
 
ภายในบ้านที่แสนอบอุ่น แต่ฉันกลับได้รับความรู้สึกที่หนาวนิดๆ
 

 
 
 
 
 
ไม่รู้ว่ามันมาจากไอเย็นของสายฝน,,หรือความรู้สึกในใจฉันกันแน่
 

 
 
 
 
 
ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้ว,,ที่ฉันได้แต่รอคอยใครบางคน
 
 

 
 
 
 
คนที่ฉันไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าเขาคือใคร หน้าตาเป็นแบบไหน ฉันไม่รู้,,แม้กระทั่งชื่อของเขา
 
 
 
 

 
 
 
 
แต่เขาเป็นคนที่ฉันเลือกที่จะรอ,,ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ฉันรอได้
 
 
 

 
 
 
 
หากว่าในวันนั้น,,
 
 
 
 
 

 
 
 
วันที่เราจะได้เจอกัน,,
 
 
 
 
 
 
 
 
ถึงแม้ว่าฝนจะตกหนักมากซักแค่ไหน,,
 
 
 

 
 
 
 
แต่ฉันก็เชื่่อว่า,,ใจของฉันมันคงจะไม่หนาวเหน็บเหมือนในวันนี้
 
 

 
 
 
 
ก็แค่รอให้สายฝนนั้นหายไป,,
 
 
 
 
 
 

 
,,,,หลายคน เลือกที่จะรอเพื่อให้เจอกับใครที่สำคัญกับหัวใจ
 
แม้ว่าจะนานแค่ไหน แต่ก็เพราะว่ามั่นใจ หากเจอคนนั้นเมื่อไหร่ มันก็คุ้มค่ามากที่จะรอ...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

edit @ 19 Nov 2011 23:13:35 by เมื่อท้องฟ้ายิ้มให้ฉัน ☃

edit @ 19 Nov 2011 23:15:57 by เมื่อท้องฟ้ายิ้มให้ฉัน ☃

....ตอนนี้เราก็อายุ 20 ปีแล้วจ้า :)))
 
 
ไม่น่าเชื่อว่าเราจะอยู่บนใบโลกนี้มาได้ 20 ปีแล้ว ก็น่าจะประมาณ 7,300 วันพอดี(มั้ง) 555 5
 
 
มันก็นานมากๆ ๆ นานพอที่เราจะได้รู้จักอะไรต่างๆมากมาย บนโลกใบนี้
 
 
ที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตไปแค่ไหน คุ้มหรือเปล่าไม่รู้ แต่เรารู้เพียงว่า
 
 
"เรามีความสุขมากๆ"
 
 
จากครอบครัว มีแม่ผู้ที่ให้กำเนิด และอยู่ข้างๆกันมาตลอด :)
 
 
มีพ่อผู้ที่ทำงาน คอยเลี้ยงดู... คนที่เข็มแข็งที่สุดในบ้าน และฮาพอๆกับเรา ห้าๆๆ
 
 
มีน้องที่หน้ามึน และเรียนเก่งกว่าเรา เชอะ (มันสวยกว่าด้วย) TT 555 5
 
 
มีลุงป้าน้าอา ญาติๆทั้งหลาย ที่ทำให้เรารูว่า เสียงดัง บ้านแตกมันเป็นยังไง
 
 
(คุยกันดังมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก )
 
 
มีหมาที่น่ารัก ปัจจุบันตัวที่กำลังเลี้ยงก็น่ารักมากๆ ยกไห้มันเป็นเพื่อนซี้ไปแล้ว
 
 
ตามติดกันจริง 55 5
 
 
อ่อ แล้ววันนี้ก็ได้ไปทำบุญมา ตื่นสายด้วย เลยโดนแม่ด่าก่อนไปวัด TT
 
 
เสียงสวดมนต์ดังก้องไปทั่ววัน ฟังแล้วระรื่นหูมากๆ
 
 
มองไปข้างหน้า(เรานั่งหลังๆ) ก็พบกับเหล่าคุณยายผู้ใจบุญ ที่พากันมาทำบุญ
 
 
ใบหน้าอิ่มเอิ่บ นานๆทีได้ตื่นเช้าๆมาเข้าวัดแบบนี้มันก็ดีแหะ :D
 
 
 
 
ส่วนอันนี้ นิวทำให้ น่ารักมากๆเลย  ขอบใจนะนิววว :3
 
 
 
แล้วก็ขอบใจเพื่อนๆที่มาอวยพรให้ ใน facebook อีกเป็นกระบุง :D
 
 
วันเกิดปีนี้ไม่ขออะไรมาก ขอแค่ให้คนที่เรารัก และคนที่อยู่รอบข้างเรามีความสุขกันมากๆก็พอ
 
 
Happii Birthday to Me =)

edit @ 9 Nov 2011 08:46:13 by เมื่อท้องฟ้ายิ้มให้ฉัน ☃

....จะเลือกเพลงอะไรดีนะ  เดี๋ยวนี้มีแต่เพลงเพราะๆทั้งนั้นเลย
แถมเรื่องที่จะแต่งก็คิดไม่ค่อยจะออก แต่อยากอัพมากๆเลย (เป็นตางง)?<< ศัพท์อีสานๆ 55 5
 
 
 
 
 
~~ วันที่จับมือกัน เธอกับฉันน่ะลืมบ้างไหมว่าเมื่อไหร่
จำอะไรได้บ้างไหม ว่าสุดท้ายอะไรที่ทำให้ได้พบกัน
แล้วใครรักใครก่อน ไม่รู้ว่าเรารักกันเมื่อไหร่...~~
 
 
 
เสียงวิทยุเครื่องเก่ากำลังบรรเลงเพลงโปรดของผม และเธอคนนั้น...
 
 
 
คนที่ทำให้บทเพลงนี้มันมีความหมายสำหรับผมมากๆ
 
 
 
ผมจำได้ตั้งแต่วันแรกที่ผมได้เจอกับเธอ โลกของผมมันสดใส
 
 
 
เหมือนดอกทานตะวันที่บานอยู่ในทุ่ง แล้วมีเธอผู้นำน้ำมารดให้เพิ่มความชุ่มชื่นในหัวใจ
 
 
 
เราเจอกันเมื่อปีที่แล้ว ในวันแรกของการเรียนมหาลัย
 
 
เธอไม่ได้สวยจนน่าดึงดูด แต่เธอดูสดใสจนน่าสนใจ
 
 
ด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ และเป็นมิตรทำให้ผมเข้าไปทักทายเธอ :)
 
 
 
~~ก็อยากให้รู้ว่านับตั้งแต่วันนั้น ทุกวินาทีของฉัน บอกกับฉันว่าโลกนี้มีเธออยู่
เพราะฉันไม่เคยรู้สึก อะไรมากมายเท่านี้ ~
 
 
หลังจากนั้นมาเราก็คุยกันมาเรื่อยๆ แล้วในที่สุด ผมก็กล้าที่จะขอเธอเป็นแฟน
 
 
 
ตอนที่ผมบอกว่าผมชอบเธอ เธอดูเขินเอามากๆ แต่เธอก็ตกลงยอมที่จะคบกับผม
 
 
 
ในตอนนั้นมวลของความสุขไม่รู้ไหลมาจากนั้น แต่มันมาเกาะกุมอยู่ที่หัวใจของผมจนแน่นไปหมด
 
 
 
ผมมั่นใจกับตัวเองมากๆ ว่าเธอคนนี้แหละ คือคนที่ใช่และจะอยู่กับผมไปตลอด
 
 
 
~~อยู่ด้วยกัน และอยู่ข้างๆกันบนโลกใบนี้
อยู่ด้วยกัน จะอยู่ข้างๆกัน ~~
 
ทุกวันนี้เรายังมีกันและกัน อยู่ข้างๆกันเสมอ 
 
 
 
ผมเคยถามเธอว่ารักผมตอนไหน?
 
 
 
แต่เธอไม่ยอมตอบ จนเมื่อวานนี้ วันที่14 กุมภา วันแห่งความรักของผม
 
 
 
(แต่ความจริงวันไหนๆ ผมก็รักเธออยู่แล้ว) เธอให้ของขวัญกับผม เป็นไดอารี่สีขาวเล่นนึง
 
 
 
หน้าปกเป็นรูปหัวใจสีหวาน เขียนชื่อเธอกับผมไว้ในนั้น ผมยิ้มแทบไม่หุบ
 
 
 
เธอบอกว่า อะไรที่เคยถามมันก็อยู่ในนี้แหละ แล้วเธอก็รีบไปด้วยความเขิน
 
 
 
น่ารักเป็นบ้า //.\\  
 
~ตลอดไป
 
 
 
....ในที่สุดผมก็รู้คำตอบแล้ว ที่แท้ก็เหมือนกันกับผมนี้เอง ...รัก แรก พบ :)))
 
 
ปล.ผมแอบเอารูปมาแปะไห้ดู อย่าไปบอกเธอนะครับ เดี่ยวเธอจะอาย อิอิ
 
 
 
 
 
เพลงนี้พิเศษหน่อย แถมรูปให้ดูด้วยนะจ่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ :D
 

 

edit @ 2 Nov 2011 09:22:45 by GaewZler

edit @ 2 Nov 2011 09:27:35 by GaewZler

น้ำ(ใจ)ท่วม

posted on 31 Oct 2011 19:08 by gaewzler
...หลายๆคนคงกำลังตกใจ เหน็ดเหนื่อย ท้อแท้ สิ้นหวัง กับภัยธรรมชาติที่กำลังถาโถมเข้ามาไม่หยุด
หลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่เรากำลังต้องเผชิญ กำลังพาเรา.... ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง
จากเหตุการณ์อุทกภัยน้ำท่วมครั้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ณ...เวลานี้
อาจทำให้ใครหลายๆคน เรื่มรู้สึกแล้วก็ได้ว่า...
...เราใช้ธรรมชาติเพื่อพาเราไปยังจุดที่สูงที่สุดของชีวิตมนุษย์ เราใช้เขามากเกินไปจริงๆ
ตอนนี้เราเลยกำลังย้อนกลับ ไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง
จากปัจจุบัน...เรามีรถ  แต่ตอนนี้เรากลับต้องใช้เรือ
เรามีไฟฟ้า  แต่เราต้องใช้เทียน
เรามีตู้เย็น  แต่เรากลับไม่มีอะไรที่จะไส่เข้าไปในตู้
เรามีตึกสูงๆ   แต่เรากลับอยู่ไม่ได้
เรามีเสื้อผ้ามากมาย แต่ตอนนี้มีติดกายซักชุดนึงก็พอ
เรามีถนนที่เคยไว้ให้รถผ่าน  แต่ตอนนี้น้ำนองมองแทบไม่เห็น
เรา(เคย)มีแทบทุกๆอย่างที่นำพาความสะดวกสบาย
แต่ยิ่งเรามีมากเท่าไหร่ เรายิ่งขนมันออกมาได้น้อยเท่านั้น
ความทุกข์ของเราก็ยิ่งมากไปตามสิ่งของ กังวนนั้น หวงนี้
นั้นฉันสร้างมา นั้นฉันสะสมไว้  นั้น นั้น นั้น...
...ลองนึกย้อนดูเถิด เราเข้าใกล้อดีตมากขนาดไหนแล้ว
ในวันนี้ประเทศไทยเรา อาจเจอกับภัยที่ใหญ่มากกว่าประเทศอื่น
แต่มันก็จะเป็นบทเรียนที่ทำให้เราเข็มแข็ง และพร้อมที่จะต่อสู้ไปกับวิกฤติในครั้งต่อไปได้
น้ำท่วมใช่ว่าจะมีแต่เหตุด้านลบ
ด้านบวกก็มีมากมาย ดูน้ำใจของคนไทย ที่ช่วยเหลือกัน ปันของให้กัน
 มีรอยยิ้มที่พร้อมจะให้กำลังใจกัน
หากคุณกำลังรู้สึกแย่กับเหตุการณ์ครั้งนี้ คุณก็รู้ไว้เลยว่า ...
"ไม่ไช่แค่คุณคนเดียวที่ทุกข์ แต่คนไทยทุกคนคือผู้ที่ทุกข์ไปพร้อมๆกับคุณด้วย"
ตอนเช้าๆ ทีวีแทบทุกบ้าน รีบเปิดมาดูข่าว ว่าตอนนี้เหตุการณ์เป็นยังไง
เดือดร้อนกันแค่ไหนแล้ว ฉันไม่เคยเห็นข่าวในทีวีที่มีแต่ผู้ประสบภัยเท่านั้น
แต่จะมีภาพของคนใจดี ที่คอยไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อนตลอด
"วิกฤตนี้ไม่ได้สร้างฮีโร่  แต่สร้างน้ำใจที่มีอยู่แล้วในตัวของคนไทยให้ไหลออกมารวมกันต่างหาก"
******(อัพเนื้อเรื่องแล้วนะค่ะ ) \./ ~
เลือกเพลงไว้ก่อน แล้วจะมาอัพเนื้อเรื่องนะค่ะ จินตนาการกันไปว่า ฉันจะเขียนเรื่องออกมายังไงดี
ช่วยคิดหน่อยก็ได้  ฮาฮาฮา :)
 
 
 
....เรื่องบังเอิญ.... อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ในการที่เราจะได้พบกับใครซักคน
 
 
แต่..สำหรับผม..ผมไม่เคยเชื่อ และไม่เคยคิดว่า...
 
 
เรื่องบังเอิญที่(โค-ตะ-ระ ) ดีแบบนี้จะเกิดขึ้นกับผมได้ :D
 
 
เพราะ.......ผมมันก็แค่ผู้ชายธรรมดาๆ ที่วันๆเอาแต่อยู่บ้าน ทำนู่น ทำนี่ แก้เบื่อไปเรื่อย ..
 
 
ผมเป็นคนติดบ้าน และชอบอยู่บ้านเฉยๆมากกว่า
 
 
แต่ก็มีนานๆที ที่ผมจะออกไปเจอเพื่อนฝูงบ้าง เดี๋ยวมันจะโวยกันเอานะครับ :)
 
 
หอมกลิ่นอะไรไหมครับบ ..ก็กลิ่นไข่เจียวสูตรเด็ดของผมเอง
 
 
....... แต่ว่าผมจะทำให้เฉพาะคนพิเศษทานเท่านั้นนะครับ :D
 
 
"พี่คิมมมมมม, อยู่รึเปล่าเนี้ย" เสียงยัยข้างบ้านนะครับโหวกเหวกแต่เช้าเชียว =='
 
 
"อยู่ครับบบบบบบ"
 
 
.
.........นี่แหละครับ เรื่องบังเอิญของผม
 
 
 ความจริงยัยนี่เพิ่งย้ายมาอยู่ข้างบ้านผมได้ไม่นานมานี้เองครับ ตอนที่ผมเจอกับเธอวันแรก
 
 
อย่าเรียกว่าเหตุบังเอิญจะดีกว่า ต้องเรียกว่าเหตุแห่งความซวยถึงจะถูกต้อง
 
 
 
     ........ เหตุเกิด ณ 7-11 หน้าปากซอย
 
 
วันนั้นผมกำลังเดินเลือกซื้อของเพลินๆ แต่อยู่ดีดีก็มีผู้หญิงคนนึงเดินมาชนผมเข้า
 
 
เท่านั้นไม่พอสเลอปี้ แก้วใหญ่ๆ ก็พากันทยอยมาเกาะตามเสื้อและกางเกงของผม
 
 
แทนที่เธอจะขอโทษผม เธอกลับโวยวายหาว่าผมชนเธอซะงั้น เท่านั้นไม่พอ
 
 
พนักงานขายยังพากันมองผมอีก ด้วยสายตาประมาณว่า (เมง ทำตรูเหนื่อยอีกแล้ว ไอ่.&^$#*!#)
 
 
นั้นแหละครับนาทีนั้นผมก็แทบจะพูดไม่ออก เลยรีบเดินไปจ่ายเงินด้วยอารมณ์เซ็งสุดๆ
 
 
เดินมาได้ซักพัก ก็มีแรงดึงเข้ามาสัมผัสกับชายเสื้อของผม...
 
 
 ...แล้วก็เป็นเธอนั้นเอง..... ผมมองเธอด้วยสายตาประมาณว่า ,,มีไรก็พูดๆมา
 
 
แล้วเธอก็ยื่นแก้วสเลอปี้แก้วใหญ่ๆ 2 แก้ว ให้กับผม แล้วก็พูดว่า...
 
 
....."ฝากเอาไปทานหน่อย" แล้วเธอก็วิ่งหนีผมไปเลย
 
 
สงสัยเธออยากจะขอโทษผมแหละ  แล้วสองแก้วผมจะทานหมดไหมเนี้ ย =='
 
 
แต่เท่านั้นไม่พอ สองวันต่อมาผมก็ได้เพื่อนบ้านใหม่ครับ เป็นเธอนั้นเอง
 
 
วันนั้นพอเธอเห็นผมออกมายืนหน้าบ้าน เธอทำหน้าตกใจสุดๆ ตาเธอโตๆ อ้าปากหวอ
 
 
แถมรีบก้มหน้าขนของไม่ยอมออกจากบ้านเลยล่ะครับ จะว่าไปเธอก็น่ารักดี
 
 
บางทีเราอาจเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันก็ได้นะครับ
 
 
......แต่หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ได้เจอเธออีกเลย เหมือนเธอพยายามจะหลบหน้าผม
 
 
รีบตื่นแต่เช้าไปเรียน แล้วกลับดึกๆ หลังจากผมเข้าบ้านไปแล้ว
 
 
แต่ความจริงมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมซะหน่อย....แต่ให้ตายเถอะ
 
 
ไม่รู้ว่าผมกำลังเป็นอะไร ใจผมมันคอยแต่คิดถึงเธอ
 
......ว่าวันนี้ เธอจะตื่นสายไหมนะ เพราะมีอยู่วันนึงเธอคงจะตื่นสายมากๆ
 
 
เพราะเธอดูรีบร้อนไส่ชุดนักศึกษายับๆ บวกกับหัวยุ่งๆ
 
 
ที่ดูก็รู้ว่าไม่ได้หวีของเธอ วิ่งออกจากบ้านไป วันนั้นผมกำลังจะออกไปข้างนอกพอดี
 
 
เลยเห็นเข้า แต่เธอคงไม่เห็นผมหรอก ก็รีบซะขนาดนั้นนี่นา
 
 
.....แล้วยังวันนั้นอีก ที่เธอกลับบ้านมาด้วยสภาพที่เปียกโชกด้วยหยาดน้ำฝน ผมรู้สึกกังวน
 
 
และเป็นห่วงว่าเธอจะมียาทานไหม เธอจะสระผมรึเปล่า  คืนนั้นผมก็แทบจะนอนไม่หลับ
 
 
 คอยแต่จะมายืนชะเง้อริมระเบียงเพราะอยากจะดูเธอ
 
 
แต่ผมก็เริ่มจะรู้แล้วล่ะ ว่าไอ่ที่ๆผมเป็นเนี้ย ผมกำลังแอบรักเธออยู่นั้นเอง
 
 
เธอมาเติมดาวให้เต็มขอบฟ้า
เธอมาทำให้พระจันทร์เต็มดวง
ทำให้คืนที่มันมืดมน สดใสสว่าง
ไม่รู้เพราะเหตุใด
เธอมาทำให้หัวใจหวั่นไหว
เธอมาเติมรักให้เต็มดวงใจ
ทำให้ใครต้องคิดถึงเธอ
อย่างนี้ทุกคืน อย่างนี้ทุกวัน
 
 
เสียงวิทยุดังข้างๆหู ผมเหลือบไปมองแก้วสเลอปี้ สองแก้วใหญ่ๆ
 
 
ที่ผมล้างเก็บเอาไว้ยังว่างอยู่ที่ข้างเตียง ,,พรุ่งนี้ผมต้องเจอเธอให้ได้
 
 
ผมต้องบอกกับเธอ .....เธอผู้เป็นความบังเอิญของผม ........
 
 
.....เช้าวันรุ่งขึ้น ผมรีบตื่นแต่เช้ามืดเพื่อมาดักรอเธอ ผมได้แต่ภาวนาอยู่ข้างๆกำแพงบ้าน
 
 
 ขอให้เธอไม่ตื่นสาย ขอให้ผมได้บอกกับเธอ .....
 
 
แล้วคำขอของผมก็เป็นจริง ทันทีที่เธออกมา ผมก็รีบโยนแก้วสเลอปี้ที่มีเชือกร้อยอยู่ตรงกลาง
 
 
เหมือนของเล่นเด็กใบหนึ่งข้ามรั้วไปหาเธอ
 
 
ท่าทางเธอดูตกใจ แต่เธอก็ก้มลงไปเก็บมันขึ้นมา ผมทำท่าเอาแก้วแนบหูบอกให้เธอทำตาม
 
 
แล้วผมก็พูดใส่แก้วลงไปว่า" อรุณสวัสดิ์คร้าบบบ"
..............................................................................................................
 
 
....นึกว่าผมจะพูดอะไรหรอครับ ยังหรอกมันยังเร็วไป ผมต้องการรู้จักกับเธอก่อน
 
 
ยังไงซะเธอก็อยู่ข้างบ้านผมอยู่แล้ว ผมไม่ปล่อยเธอไปแน่ๆ
 
 
อ่อ...ไข่เจียวของผม ผมมีคนที่ผมจะทำให้ทานแล้วนะครับ ก็ยัยข้างบ้านจอมโหวกเหวกนี่ล่ะ
 
 
เดี๋ยวจะโดนโวยมากกว่านี้ ขอตัวก่อนนะครับบบ :)
 
 
 
 
 
 
 
 
 .....รู้บ้างไหมว่าเธอทำให้คืนวัน
มันช่างมีความหมาย แม้เธอไม่ตั้งใจ
แต่โลกนี้ก็สดใส เพราะมีเธอ
รู้บ้างไหมว่ามีใคร ที่เธอทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป
ให้ฉันได้เข้าใจ ว่ารักนั้นเป็นอย่างไร (ฉันขอบใจเธอ)

รู้บ้างไหมว่าเธอทำให้คืนวัน
มันช่างมีความหมาย แม้เธอไม่ตั้งใจ
แต่โลกนี้ก็สดใส เพราะมีเธอ
รู้บ้างไหมว่ามีใคร ที่เธอทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป
ให้ฉันได้เข้าใจ ว่ารักนั้นเป็นอย่างไร (ฉันขอบใจเธอ)
 
 
 รู้บ้างไหม by เครสเชนโด้
 
ไม่ค่อยเข้ากับเพลงเท่าไหร่ ไปทาง7-11 มากกว่า ฮ่า ๆ :)

 

 

 

edit @ 2 Nov 2011 09:35:18 by GaewZler

...หลายๆคนอาจเคยมีบางบทเพลงที่ประทับ ติดตรึงใจ ด้วยเนื้อหาที่โดนใจ
 
และตรงกับช่วงเวลาของความรู้สึกนั้นๆ
 
หลายๆครั้งที่เรามักจะฟังเพลงนั้นซ้ำไปซ้ำมาหลายๆรอบ
 
ด้วยการกดเล่นซ้ำๆ จนแทบจะไม่มีที่ว่างให้กับบทเพลงอื่นๆ
 
.............บทเพลงคือสิ่งมหัศจรรย์ ที่เข้าใจเราในทุกห้วงของอารมณ์
 
ไม่ว่าจะ เหงา :\  เศร้า :(  สุข :D   อกหัก TT  ตกหลุมรัก  ><
ลองนึกย้อนดูสิว่าคุณเคยร่วมแชร์อารมณ์ไปพร้อมกับบทเพลงเหล่านี้บ้างรึเปล่า?
หลายๆบทเพลงแต่งอิงมาจากเรื่องราวของความเป็นจริง
 เรื่องราวที่ผู้แต่งได้พบได้เจอมา หรือประสบการณต่างๆ
ของผู้คนรอบๆตัว
 
...  หากในตอนนี้ฉันอยากจะลองแต่งเรื่องราวย้อนไปหาบทเพลงดูบ้าง
 
แต่มันก็ไม่ไช่เรื่องจริงอะไร แต่มันเป็นเรื่องที่ฉันใช้ใจ แต่งมันออกมา...........
 
 
 
,,ฉันจะเริ่มที่เพลงๆนี้ แล้วมาลองดูสิว่า ,,คุณรู้หรือเปล่าว่ามันคือเพลงอะไร ?
 
 
......เรื่องนี้มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อฤดูหนาวเริ่มพัดเข้ามาช่วงต้นเดือนตุลาคม เมื่อยามที่สายลมเย็นๆ
 
 
 พัดพาเข้ามากระทบข้างในหัวใจของผม  เวลา...ผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วนะ ผมไม่อาจรู้ได้เลย
 
 
ความรักของผมมันเหมือนกับกล่องสี่เหลี่ยมใบใหญ่ๆ ...ที่หากกุญแจมันหายไป
 
 
ก็จะไม่สามารถไขความรักของผมออกมาได้ ผมปิดตัวเองจากความรักด้วยกล่องใบใหญ่ๆใบนี้
 
 
ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเปิดฝามันออกได้ด้วยตัวเอง ผมเฝ้ารอคอยกุญแจ...
 
 
 
....กุญแจดอกนั้นที่จะสามารถมาพาความรักของผมออกไปได้
 
 
ที่ผ่านๆมา มีหลายๆครั้ง ที่มีคนบางคนผ่านเข้ามา
 
 
 และพยายามที่จะไขกุญแจเพื่อพาความรักของผมออกไป
 
 
แต่ผมเอง...ผมกลับไม่ไว้ใจ ไม่กล้าที่จะเปิดฝาเพื่อพาความรักของผมออกไป
 
 
เพราะผมกลัว... หลายๆครั้งที่ผมต้องได้ยิน ได้เจอ...กับเรื่องราวของคนที่ต้องผิดหวัง
 
 
...จากความรัก.......ผมเองคงทนไม่ได้ และคงจะรับไม่ไหว หากต้องเจอแบบนั้น
 
 
แต่แล้วในวันนั้น วันที่ลมหนาวพัดมากระทบใจของผม เธอคนนั้น ...
 
 
คนที่กำกุญแจที่จะเข้ามาไข แล้วนำความรักของผมออกไป
 
 
ผมรู้สึกสบาย อบอุ่น และรับรู้ถึงเรี่ยวแรงที่มี ที่พร้อมจะเปิดฝากล่องใบใหญ่
 
 
เพื่อนำความรักของผม ไปพบกับความรักของเธอ
 
 
ผมเจอแล้ว ...เจอกุญแจดอกนั้นแล้ว
 
 
ที่แท้มันอยู่กับเธอนี่เอง ผมนึกว่ามันหายไปแล้ว ...หายไป จนอาจไม่ได้เจออีกเลยก็ได้
 
 
วันนี้ผมพร้อม... พร้อมที่จะเปิดกล่องใบใหญ่ที่ขังความรักของผมไว้
 
 
 ผมกล้าแล้ว....กล้า ที่จะเปิดใจ เพื่อไปเจอกับความรักของเธอ
 
 
เธอผู้กำกุญแจ(หัวใจ)ที่หายไปของผม....
 
 
 
เพลงอะไรนะ เอ่...............
.
.
.
.
.
.
.
.
.
 
 กุญแจที่หายไป by ปาล์มมี่
 

ฉันคอยเอาแต่กลัว ไม่คบใคร ปิดตัวเอง
หลายคนดี แต่ฉันไม่ไว้ใจ...
เพราะมองใครต่อใคร ที่รักมา จบลงไป
ฉันกลัวทนไม่ไหว ที่รักเอง

มีหัวใจไม่เคยได้ใช้...
จนเหมือนคนที่ไร้...จิตใจ
ปิดตายทุกอย่างเสมอมา...
เธอเหมือนเป็นกุญแจที่หาย...
เป็นเหมือนคนที่ไขประตูให้ฉัน
เปิดใจดวงนี้ เปิดมันด้วยรัก...จากเธอ....

ถ้าฉันดีไม่พอ ไม่เหมือนใครอย่างเธอเจอ
เข้าใจกันใช่ไหม ที่ฉันเป็น...

มีหัวใจไม่เคยได้ใช้...
จนเหมือนคนที่ไร้...จิตใจ
ปิดตายทุกอย่างเสมอมา...
เธอเหมือนเป็นกุญแจที่หาย...
เป็นเหมือนคนที่ไขประตูให้ฉัน
เปิดใจดวงนี้ เปิดมันด้วยรัก...จากเธอ....
 
 

 ทายกันถูกรึเปล่านะ,, แล้วขี้โกงแอบเลือนลงมาก่อนรึเปล่า 55 5

 
หากุญแจเจอกันแล้วรึยังค่ะ ฉันยังไม่เจอเลย อยู่ในกล่องนี้มันอึดอัดและเหงามากๆ TT

edit @ 24 Oct 2011 12:40:45 by GaewZler

แฮ่ มมม เด็กมาเก็ต ปี 2 รายงานตัวค่า!!!!
 
 
แห่ะๆ ๆ ... คิดอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี ก็เลยเอาเรื่องที่ตัวเองกำลังเรียนอยู่มาเขียนดีกว่า
 
 
เผื่อจะเป็นประโยชน์กับใครเขาบ้าง ^.^ (ไม่ได้โม้) อิอิ
 
 
  อ่อ ถึงจะแค่ปี 2 แต่ก็พอรู้อะไรมาบ้างเหมือนกันนะค่ะ เล็กๆน้อยๆ ลืมๆไปบ้าง แต่ก็พอมีค่ะ ฮา ๆ
 
 
 
 
เริ่มต้น
............ชีวิตมหาลัย ใครๆก็เรียนเราว่า เฟรชชี่ ^.^
 
 
ต้องเจอกับกิจกรรมต่างๆมากมาย ยิ่งตอนรับน้องเหนื่อยมากๆ แต่ก็สนุกดีนะค่ะ แถมที่ม.เรายังมีกิจกรรม
 
 
"ว๊าก" น้องอีกด้วย บางคน แอนตี๊มากๆ แต่สำหรับเรา เราชอบนะ ถึงจะกดดัน แต่เราก็คิดว่าในสิ่งๆนี้ มันต้องมี
 
 
สิ่งดีดีซ้อนอยู่บ้างแหละ .....เราไม่เคยโดดกิจกรรมนี้เลย และในท้ายที่สุด มันก็เป็นอย่างที่เราคิดจริงๆด้วย=)
 
 
 
,, สิ่งดีดี มันซ่อนอยู่จริงๆ แต่ว่าเป็นอะไรนั้นเราไม่บอกหรอก ใครอยากรู้ต้องลอง และเข้าให้ครบนะจ๊ะ
 
 
 
...........หลังช่วงกิจกรรมผ่านพ้นไป การเข้าสังคม ปรับตัวกับเพื่อนก็เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ เพราะเราคิดว่าการที่
 
 
 
เราจะอยู่ในมหาลัยและเรียนจนจบได้ สิ่งที่เราจะขาดไม่ได้เลยคือ
 
 
*แรงสนับสนุนจากครอบครัว
 
*ผลการเรียนของเรา(เพราะเกรดแต่ละเทอมจะวัดเราว่า ติดโปรรึไหม)และ
 
*เพื่อน ของเรานั้นเอง เราไม่สามารถอยู่ได้คนเดียวโดยไม่มีใครหรอกนะ อย่างน้อยซักหนึ่งคนที่เราจะคุย
 
ได้ทุกเรื่อง พอเป็นที่ปรึกษาให้กับเรา แค่นี้ก็พอแล้ว :)))
 
 
อ่อ.... แล้วเราจะเริ่มยังไงดีล่ะ ถึงจะมีเพื่อนได้
 
 
ขั้นที่1  ยิ้ ม ยิ้ม และยิ้ ม เคยได้ยินไหมค่ะ ยิ้มเท่านั้นที่ครองโลก ว่ะฮ๊ะฮ่า !
 
 
ขั้นที่2 พูดคุยและทักทาย ประโยคที่ได้ยินบ่อยๆก็....ชื่อไรอ่ะ + ยิ้มมม , เรียนคณะไหนหรอ+ยิ้ ม ,อยู่หอไหน
 
 
หรอ+ยิ้ ม บลาบลา ก็ประโยคธรรมดาๆ ทุกคนทำได้อยู่แล้วใช่ไหมล่ะ ฮิ้ ววว ว
 
 
ขั้นที่3 สำคัญมากกกกกกก เราเรียกขั้นเปิดใจจ้า  เราต้องกล้าที่จะเริ่ม อย่าปิดกั้นตัวเอง พร้อมเสมอที่จะทำ
 
 
ความรู้จักกับใครๆ พราะถ้าเราทำขั้นนี้ได้ ขั้นที่1 และขั้นที่2 ก็สบายมากๆๆๆๆๆๆๆ ๆ จ้า
 
 
......หลังจากที่เรื่องรอบตัวของเราเรียบร้อย เรื่องน่าหนักใจจะมาแทนที่ทันที ,, มัวแต่ทำความรู้จักกับเพื่อน
 
 
แปบ แปบ ก็....จะสอบแล้วนี่หว่า จ๊ากก!!!  ความรู้ยังไม่มีเลยเรา O.o!!!
 
 
 เพลินไปหน่อย พ่อแก้วแม่แก้วก็ช่วยเราไม่ได้นะจ๊ะ  แต่ๆๆๆ.... อย่าเพิ่งตะหนกตกใจไปจ้า ร่วบรวมสมาธิ
 
 
เพ่งจิตใจ แล้วยิงเรด้า ปุ๊งงง !
 
 
 
....... เจอแล้วไช่ไหมล่ะ ฮ่าๆ ก็คนรอบข้างเรานี่แหละ ที่จะช่วยเราได้ เพื่อนคนไหนเก่ง ก็ไปวอนขอให้เขาช่วย
 
 
ติว พี่รหัสของเราก็ไปกระแซะๆ พี่เขา "ได้โปรด ช่วยหนูด้วยนะ พลีซซซซ !" แต่.....อย่าลืมว่า เราต้องช่วยตัว
 
 
เองด้วย ไม่ใช่เอาแต่รอหวังให้คนอื่นช่วยเท่านั้นนะ  อย่างน้อย1 อาทิตย์ก่อนสอบ ต้องงด งดงด และงด
 
 
ทุกอย่างก่อนจ้า
 
เพราะไม่ไช่อะไรนะ แต่ละวิชานี้ อ่านจนถึงเช้าบางตัวยังไม่จบเลย แล้วคิดดูสิว่า ถ้าเรายังดูละคร ออนเฟคบุ๊ค
 
 
คุยบีบี ดีแต่นอน อ้อนเดอะแฟน  แล้วจะอ่านจบไหม เกรดก็มีตั้งแต่ A B C D F เลือกเอาสิ อยากได้แบบไหนเอ่ย
 
 
ขนาดเรา งดๆ แล้วนะ ยังไม่เคยมีมดเลยซักตัว TT เตรียมพร้อมกันเถอะนะ 4 ปีเอง จิ๊บๆ :>
 
 
โอเค ซียูจ้า (อากาศร้อนมากๆ :*)

edit @ 23 Oct 2011 14:48:06 by GaewZler